นายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีอูเครน ลงนามในร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ปรับลดอายุของผู้ชายที่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารจากเดิม 27 ปี เป็น 25 ปี เพื่อจะให้มีจำนวนชายหนุ่มเพียงพอต่อสู้กับกองทัพของรัสเซีย

ทันทีที่มีสงคราม หนุ่มอูเครนที่มีศักยภาพในการเดินทางออกนอกประเทศก็หนีไปอยู่ประเทศต่างๆ ที่ง่ายที่สุดคือออกทางโปแลนด์เข้าเยอรมนี ไปซุกตัวในฐานะผู้ลี้ภัยสงครามอยู่ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ข้อมูลของยูโรสแตทรายงานว่า มีชาวอูเครน พักอยู่ในประเทศของกลุ่มสหภาพยุโรป 4.3 ล้าน จำนวนนี้ 8.6 แสน เป็นชายวัยที่สามารถจะไปสู้รบปรบมือกับทหารรัสเซียได้

การจะอยู่ในต่างประเทศต้องมีเอกสารแสดงตัวคือหนังสือเดินทาง การจะต่อหนังสือเดินทางจะต้องไปที่สถานกงสุลของอูเครนในต่างประเทศ รัฐบาลเซเลนสกีเปลี่ยนกฎใหม่ไม่ให้ทำหนังสือเดินทางในสถานกงสุล หนังสือเดินทางเก่าของชายชาวอูเครนที่มีอายุ 18-60 ปี หากหมดอายุและประสงค์จะทำเล่มใหม่ จะต้องบินมาทำในอูเครนเท่านั้น เมื่อมาถึงอูเครนแล้ว ถ้าอายุ 25 ปีก็จะโดนบังคับไปเกณฑ์ทหาร เพื่อรบกับรัสเซีย

การรอให้พาสปอร์ตของชายหนุ่มเหล่านี้หมดอายุแล้วกลับมาเกณฑ์ทหารมันนานเกินไป เซเลนสกีจึงขอให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลกลุ่มประเทศอียู) ส่งตัวชายหนุ่มเหล่านี้กลับมาเป็นทหารในอูเครนให้ด้วย

ซอลท์ เซมเยน รองนายกรัฐมนตรีฮังการียืนยันว่าจะไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปอูเครน และจะไม่ (ช่วยเซเลนสกี) ตรวจสอบว่าชายอูเครนที่อยู่ในฮังการีเป็นบุคคลที่ต้องถูกส่งกลับไปเกณฑ์ทหารหรือไม่ เราตัดสินใจบนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาถูกส่งกลับไปตาย “ผู้ลี้ภัยจากอูเครนทุกคนปลอดภัยเมื่ออยู่กับเรา และได้รับความช่วยเหลือทุกอย่างที่มี”

...

ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกลาโหมโปแลนด์บอกว่ายินดีที่จะพาชายอูเครนที่อยู่ในวัยฉกรรจ์ที่อยู่ในโปแลนด์กลับไปสู้กับรัสเซีย ผมเพิ่งเขียนรับใช้เรื่องนี้ไปเมื่อ 29 เมษายน 2024 แต่เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน รัฐบาลโปแลนด์และเยอรมนีเปลี่ยนท่าที ออกมาปฏิเสธการส่งผู้ลี้ภัยกลับไปอูเครน และประกาศปกป้องสิทธิ ของคนเหล่านี้

ไม่ใช่เฉพาะอูเครนเท่านั้นที่ขาดแคลนทหาร รัสเซียก็ขาดด้วย คณะของเราเพิ่งกลับมาจากภูมิภาคไซบีเรียเมื่อเดือนที่แล้ว พบว่ารัฐบาลรัสเซียสร้างแรงจูงใจให้ไปเป็นทหารด้วยการให้เงินล่วงหน้า 5 แสนรูเบิล (2 แสนบาท) + รายเดือน เดือนละ 2 แสนรูเบิล (8 หมื่นบาท) ส่วนเรื่องสวัสดิการไม่ต้องพูดถึง มีเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่พี่น้องแนวหลังที่มีสมาชิกครอบครัวอยู่แนวหน้า พวกนี้ได้รับการดูแลจากรัฐบาลเป็นอย่างดี รัฐบาลรัสเซียทำได้เพราะเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมาก ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ป่าไม้ ฯลฯ ทำให้มีเงินสนับสนุนเพียงพอ

ใครเป็นเซเลนสกีก็คงจะอึดอัดคัดใจ อุตส่าห์สร้างมือที่มองไม่เห็นตั้งกองกำลังนีโอนาซีคอยฆ่าชาวอูเครนเชื้อสายรัสเซียตายเป็นเบือ แถมยังยอมเป็นตัวแทนสหรัฐฯและนาโตทำสงครามกับรัสเซีย ทั้งที่ขนาดกองทัพเล็กกว่ากันมาก เซเลนสกียอมเพราะคิดว่าสหรัฐฯและนาโตจะสุดลิ่มทิ่มประตูกับตัว แต่พอรบไปแล้ว ก็อย่างที่ผู้อ่านท่านที่เคารพเห็นนะครับ ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่เซเลนสกีต้องการ ขอ 100 ได้ 10 ขอ 10 ได้ 0 จะเลิกก็เลิก ไม่ได้ จะไปต่อก็ทำท่าจะไม่ไหว

2 วันสุดท้ายที่คณะดูงานธุรกิจไม้อยู่ในบาร์นาอูล เทือกเขาอัลไต ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย เรานั่งรถเข้าป่าไปหลายร้อยกิโลเมตร บางครั้งผ่านสนามโล่งๆข้างทาง มีรถถังรัสเซีย จำนวนมากจอดเรียงราย แต่ละแห่งผลิตรถถังแล้วก็ขนไปส่งยังสมรภูมิอูเครน ในขณะที่อูเครนต้องร้องขอรถถังจากสหรัฐฯ เยอรมนี และอังกฤษ แต่รัสเซียสร้างเอง.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม