คืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ฆ่ายกครัวชาวเมียนมา 3 ศพ เพื่อนบ้านได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จากนั้นมีเสียงคนร้องโอดโอย และเสียงดังคล้ายถูกของแข็งตี 2 ครั้ง คาดคนร้ายหนีกลับประเทศแล้ว

วันที่ 1 กันยายน 2567 มีรายงานว่า จากคดีสะเทือนขวัญ กรณีฆ่ายกครัวชาวเมียนมา รวม 3 ศพ มีทั้งสาวท้องแก่ และเด็กอายุ 7 ขวบ เกิดเหตุในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ คาดฝีมือเพื่อนร่วมชาติ ชิงเงินค่าแรง ทอง หนีกลับประเทศ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : ฆ่ายกครัวชาวเมียนมา สาวท้องแก่-เด็กก็ไม่เว้น คาดฝีมือเพื่อนร่วมชาติ ชิงทรัพย์

ความคืบหน้า ล่าสุด ที่ สภ.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน โดยผู้บังคับบัญชาสั่งให้เร่งดำเนินการติดตามตัวคนร้าย และได้ประสานไปยังหน่วยงาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตชด.14 เพื่อตรวจสอบข้อมูลแรงงานผู้ก่อเหตุ

โดยช่วงเช้าวันนี้ได้เชิญตัว อดีตนักการเมือง ซึ่งเป็นนายจ้างของ นายซอ วิน อู หรือ นายขาว อายุ 40 ปี ชาวเมียนมา ผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายขาวและครอบครัว

...

ขณะที่ นายสัมฤทธิ์ พาดศรี อายุ 80 ปี เพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน ห่างกับบ้านเช่าจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร ได้เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในช่วงสายของวันนี้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น. แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นวันที่ 28 หรือ 29 สิงหาคม ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันเสียงดัง ต่อมามีเสียงร้องโอดโอยดังมาก จากนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายถูกของแข็งตีจำนวน 2 ครั้ง หลังจากนั้นเห็นผู้ชายสองคนออกจากบ้านอย่างเร่งรีบแล้วขี่รถจักรยานยนต์ออกไปทันที ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไร กระทั่งช่วงค่ำไม่เห็นไฟแสงสว่างที่ห้องซึ่งปกติเขาจะเปิดไฟทุกคืน

ทั้งนี้ ผู้ตายและครอบครัว ได้มาเช่าห้องพักได้เพียง 1 เดือน โดยมีเพื่อนร่วมชาติผู้ต้องสงสัยมาอยู่ด้วยกัน ส่วนสาเหตุที่มีเพื่อนมาอยู่ด้วย เพราะภรรยากำลังท้องแก่ ไม่สามารถช่วยงานสามีได้ จึงต้องชักชวนเพื่อนมาทำงานตัดไม้ยางพาราด้วยกัน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเที่ยงวันนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เตรียมเดินทางเข้าประชุม ที่ สภ.ห้วยยาง เพื่อเร่งรัดติดตามความคืบหน้าของคดี ซึ่งถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตทั้งครอบครัว โดยมีเด็กอายุ 7 ขวบ และภรรยาท้องอายุครรภ์ 8 เดือน

เบื้องต้น สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองคนหลบหนีไปตามช่องทางธรรมชาติข้ามไปฝั่งเมียนมา ตั้งแต่วันที่ก่อเหตุแล้ว