สถานีชาร์จรถ EV 1,664 แห่งทั่วไทย เอกชนรายใหญ่ยังครองตลาด

Tech & Innovation

Tech Companies

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

สถานีชาร์จรถ EV 1,664 แห่งทั่วไทย เอกชนรายใหญ่ยังครองตลาด

Date Time: 17 ก.ย. 2566 09:26 น.

Video

ล้วงไส้ TEMU อีคอมเมิร์ซจีน บุกไทย ทำไมอาจสร้างวิบากกรรมกว่าที่คิด ? | Digital Frontiers

Summary

  • อัปเดตจำนวนสถานีอัดประจุไฟฟ้าหรือที่เรามักเรียกกันว่าสถานีชาร์จ EV ในปีนี้ ไทยบ้านเราพบว่ามีการเติบโตของจำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พุ่งนำเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน แถมผู้ให้บริการส่วนใหญ่ยังเป็นเอกชนครองตลาดและประกาศแผนขยายจำนวนสถานีอย่างต่อเนื่อง

Latest


ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ระบุปี 2564 จำนวน 693 แห่งและปี 2565 จำนวน 855 แห่ง สำหรับปีนี้ Thairath Money ทำการรวบรวมข้อมูล สถานีชาร์จรถ EV ทั่วประเทศ ทั้งผู้ประกอบการเอกชนและหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ 17 ราย รวบรวมข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 กันยายน 2566 พบว่ามีจำนวน 1,664 แห่ง อย่างไรก็ตามข้อมูลสถานที่ของสถานีที่แสดงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหลังจากนี้ 

  • EV Anywhere บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 406 แห่ง 
  • EV Station Pluz บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) จำนวน 252 แห่ง
  • Evolt บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด จำนวน 189 แห่ง
  • SHARGE บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด จำนวน 184 แห่ง
  • PEA VOLTA การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 164 แห่ง
  • MG EV Charger Station บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 129 แห่ง
  • Elex by EGAT การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 84  แห่ง 
  • Noodoe EV บริษัท เอสโปร นูเดอร์ จำกัด จำนวน 59 แห่ง
  • On-ion บริษัท อรุณ พลัส จำกัด จำนวน 57 แห่ง
  • BMW ChargeNOW บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 42 แห่ง
  • HAUP บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด จำนวน 38 แห่ง
  • MEA EV การไฟฟ้านครหลวง จำนวน 33 แห่ง
  • Tesla บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 9 แห่ง
  • GWM บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 6  แห่ง
  • PUMP CHARGE บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 6 แห่ง
  • CHOSEN บริษัท โชเซ่น เอ็นเนอร์จี้ จำกัด จำนวน 4 แห่ง
  • GINKA ev บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน 2 แห่ง

ปัจจุบันรถ EV ที่มีจำหน่ายในบ้านเรามีจำนวนรวมทั้งสิ้น 21 ยี่ห้อ 28 รุ่นหลักและบางเจ้าวางแผนตั้งโรงงานผลิตในบ้านเราอีกด้วย โดยในปีนี้จำนวนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน BEV มียอดจดทะเบียนใหม่อยู่ที่ 36,796 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 66 ) จากปีก่อนที่ 7,249 คัน   

การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในไทย มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 'นโยบายส่งเสริมและสนับสนุน' ให้ไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคที่เป็นแรงหนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมต่างๆ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในครั้งนี้ โดยหนึ่งในธุรกิจที่มาแรงก็คือ บริการสถานีชาร์จ EV ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า

ไทยเราได้จัดตั้ง 'แผนการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า' โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติที่ได้ตั้งเป้าหมายพัฒนาสถานีชาร์จรถ EV "ในปี 2568 จะมีจำนวนเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast Charge จำนวน 2,200-4,400 เครื่องและในปี 2573 จะต้องมี 12,000 เครื่อง ครอบคลุมทั้งเมืองใหญ่ พื้นที่ท่องเที่ยว จุดแวะพักและพื้นที่ชุมชน"

นอกจากการสนับสนุนด้านสถานีชาร์จ EV จากหน่วยงานภาครัฐ ด้านทัศนคติและการยอมรับต่อการใช้งานรถ EV นับว่าเปลี่ยนไป ปริมาณความต้องการจากผู้ใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เอกชนมองเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการให้บริการแบบครบวงจรและรับผลิตสำหรับผู้อื่น เรียกได้ว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการสถานีชาร์จแบบปลั้กอินไฮบริด (PHEV) และแบบแบตเตอรี่ (BEV) รายใหม่ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน 

สิทธิประโยชน์สำหรับกิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนนักลงทุนรายเล็กรวมถึงสตาร์ทอัพ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกอบด้วย 

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคลล 3-8 ปี กล่าวคือ กรณีที่มีหัวจ่ายประจุไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 40 หัวจ่าย โดยเป็นประเภท QUICK CHARGE ไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี ส่วนกรณีอื่นๆ ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินนิติบุคคล 3 ปี
  • ยกเลิกเงื่อนไขห้ามรับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานอื่น เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาร่วมกันหลายภาคส่วน
  • ยกเลิกเงื่อนไขการต้องได้รับรองมาตรฐาน ISO 18000 และปรับเงื่อนไขเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มการเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มบูรณาการหรือแพลตฟอร์มส่วนกลางสำหรับบริหารจัดการเครือข่ายระบบอัดประจุไฟฟ้า เพื่อเชื่อมโยงระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน

อ้างอิง BOI EVAT


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์