“เก็บเงินสด หรือ ลงทุน” ทางเลือกวางแผนเกษียณ แบบไหนดีกว่ากัน ยุคตลาดหุ้นผันผวน

Personal Finance

Financial Planning

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“เก็บเงินสด หรือ ลงทุน” ทางเลือกวางแผนเกษียณ แบบไหนดีกว่ากัน ยุคตลาดหุ้นผันผวน

Date Time: 20 ก.พ. 2568 12:17 น.

Video

คุยกับผู้บริหาร Tinder “ไทยต้นแบบความเท่าเทียมทางเพศ”

Summary

  • "เก็บเงินสด" หรือ "นำเงินไปลงทุน" แบบไหนดีกว่ากัน? คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแม้การเก็บเงินสดจะให้ความรู้สึกปลอดภัย ใช้จ่ายได้ทันที แต่ต้องระวังเงินเฟ้อที่ทำให้มูลค่าเงินลดลง ส่วน “การลงทุน” จะช่วยให้เงินเติบโตได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องบริหารให้ดี

Latest


เมื่อพูดถึงอนาคตทางการเงิน หลายคนมักตั้งคำถามว่า "เก็บเงินสดไว้" หรือ “นำเงินไปลงทุน” แบบไหนดีกว่ากัน โดยเฉพาะเมื่ออยากวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ ซึ่งต้องบอกว่าทั้งสองทางเลือกมีข้อดีและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและความเสี่ยงที่แต่ละคนรับไหว

อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนอย่างหนัก ทำให้หลายคนไม่กล้าตัดสินใจลงทุน “Thairath Money” จะพาไปหาคำตอบว่าเราจะมีวิธีการลงทุนอย่างไร เพื่อให้เงินในกระเป๋าของเราเติบโต

“เก็บเงิน vs ลงทุน”

การเก็บเงินไว้ มักเป็นวิธีที่หลายคนเลือก เพราะให้ความรู้สึก "ปลอดภัย" เพราะเงินไม่หายไปไหน แถมยังสามารถนำออกมาใช้ได้เมื่อจำเป็น อย่างไรก็ตาม การเก็บเงินไว้เฉยๆ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ และแม้จะมีเงินจำนวนมากแต่มูลค่าจริงๆ อาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไปจากอัตราเงินเฟ้อทุกปี

ส่วนการลงทุน เป็นวิธีในการช่วยให้เงินที่มีอยู่เติบโตขึ้น ด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในระยะยาว ซึ่งหากเลือกลงทุนอย่างเหมาะสม ยังสามารถสร้าง Passive Income ได้แม้ในช่วงเกษียณ เช่น หุ้นปันผล หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ดังนั้น เมื่อต้องการใช้เงินหลังเกษียณ แค่มีเงินก้อนใหญ่อาจไม่พอ สิ่งสำคัญคือ การออกแบบกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงาน ซึ่งการลงทุนที่ดีจะช่วยให้ "มีเงินใช้โดยไม่ต้องถอนเงินต้น"

ตลาดหุ้นร่วงหนัก จะลงทุนอย่างไร?

ช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน หรือปรับตัวลดลงแรงๆ หลายคนเริ่มลังเลว่าจะยังลงทุนต่อไปดีไหม เพราะเห็นกันชัดๆ ว่ามีความเสี่ยงขาดทุนสูงขึ้น ซึ่งบางคนเลือกที่จะชะลอการลงทุน หรือถอนเงินออกมาทั้งหมด

แต่ในความเป็นจริง แม้ตลาดจะผันผวน การลงทุนก็ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ หากมีการวางแผนที่เหมาะสม และเลือกกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว

รัฐพล วชิรเมฆากุล นักวางแผนการเงิน CFP® เผยแพร่บทความผ่านสมาคมนักวางแผนการเงินไทย เรื่อง “จัดพอร์ตอย่างไรให้ Stay Invest แม้ในภาวะวิกฤติ” โดยระบุว่า หนึ่งในวิธีการที่นักลงทุนทำโดยทั่วไป เพื่อลดหรือป้องกันการสูญเสีย คือ การปรับพอร์ตตามสถานการณ์ (Tactical Asset Allocation) ออกจากสินทรัพย์เสี่ยงสูง ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำแทน เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนกับภาวะวิกฤติได้ดีอย่างทองคำ

แต่การปรับพอร์ตตามสถานการณ์นั้น ต้องอาศัยการคัดเลือกตัวชี้วัดที่เหมาะกับแต่ละสินทรัพย์ ความแม่นยำของการตัดสินใจเข้า-ออกจากการลงทุน หากตัดสินใจผิดพลาด อาจยิ่งทำให้เกิดความสูญเสียมากขึ้น หรือเสียโอกาสในการลงทุน

อีกวิธีที่เริ่มนิยมคือ การลงทุนใน Futures / Options เพื่อลดการสูญเสียเงินลงทุน หรือแม้แต่ได้กำไร แต่ก็เป็นวิธีการที่ซับซ้อน และมีต้นทุน รวมถึงเป็นเครื่องมือที่มีความผันผวนไม่แพ้หุ้น

หากนักลงทุนไม่อยากใช้วิธีการซับซ้อน ไม่อยากจับจังหวะเข้า-ออกจากการลงทุน แต่ยังคาดหวังการเติบโตของเงินในระยะยาว อยากวางแผนการลงทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงอย่างรอบคอบ สามารถใช้เทคนิคด้านล่าง ดังนี้

1. เตรียมใจก่อนจัดพอร์ต - เมื่อลงทุนแล้ว นักลงทุนคาดหวังให้พอร์ตลงทุนมีผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง แต่ความเป็นจริงในโลกการลงทุนเต็มไปด้วยความผันผวน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนควรเตรียมใจกับผลลัพธ์ที่ไม่เป็นใจด้วย

2. เตรียมเวลาลงทุนให้ยาว - วิธีการลดความเสี่ยงจากการลงทุนที่ดีวิธีหนึ่ง คือ การลงทุนระยะยาว รายงานจาก JP Morgan ศึกษาสถิติการลงทุนใน S&P 500 ช่วงปี 1950-2023 ระบุว่า

  • หากลงทุน 1 ปี ช่วงของผลตอบแทนอยู่ระหว่าง -39% ถึง 47%
  • หากลงทุน 10 ปี ช่วงของผลตอบแทนอยู่ระหว่าง -1% ถึง 19%
  • หากลงทุน 20 ปี ผลตอบแทนที่อาจได้อยู่ระหว่าง 6% ถึง 17% ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 11.2% ต่อปี

3. เพิ่มสินทรัพย์เสี่ยงต่ำเข้าไปในพอร์ต - การผสมผสานการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งการลงทุนในพอร์ต (หุ้น) 60/40 (ตราสารหนี้) เพียงระยะเวลา 5 ปี ก็ช่วยปิดโอกาสขาดทุนได้ รวมถึงช่วยลดความผันผวนด้วย

4. จัดพอร์ตโฟลิโอ - การลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายมากขึ้น เช่น ทองคำ หรือเงินสด จะช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะทองคำได้รับการยอมรับว่าเป็น Crisis Hedging Asset ที่ดี

การลงทุนต่อเนื่อง หรือ Stay Invest เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังและสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจในระยะยาวได้ แม้ในช่วงเวลาตลาดผันผวนหรือเกิดวิกฤติ หากมีเป้าหมายการลงทุนระยะยาวและสามารถรับความเสี่ยงได้ การลงทุนต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ควรมองข้าม

อ่านข่าวกับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money 
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ