ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงแรง ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดทั้งหมดในปีนี้ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเลือกขายหน่วยลงทุนออกมา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังมีแนวคิดผลักดันกองทุนใหม่อย่างกองทุน Thai ESG และจะมีการโยกเม็ดเงินจากกองทุน LTF เข้ามากว่า 1.8 แสนล้านบาท เพื่อช่วยชะลอแรงขาย พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อไป
แนวคิดนี้ได้รับความสนใจจากตลาดทุนอย่างมาก เนื่องจากหากเม็ดเงินจาก LTF ถูกโยกเข้าสู่กองทุน ThaiESG อาจช่วยลดแรงกดดันต่อดัชนีหุ้นไทยได้ ขณะเดียวกัน ยังช่วยสนับสนุนการลงทุนในหุ้นที่มีคุณสมบัติตามหลัก ESG ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มสำคัญของการลงทุนทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวจะทำให้กองทุนเดิมต้องมีการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิงใหม่อย่าง SETESG ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างจาก SET Index เดิมพอสมควร โดยเฉพาะเรื่อง “น้ำหนักหุ้น” และ “ESG Rating” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นขนาดใหญ่บางตัว และเปิดโอกาสให้หุ้น ESG ได้รับกระแสเงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้น ดังนี้
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กระแสข่าวว่าจะมีกองทุน ThaiESG ใหม่เปิดมารองรับกองทุน LTF วงเงินล่าสุด 1.88 แสนล้านบาท คาดแล้วเสร็จช่วงเดือนมีนาคม 2568
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน กองทุน LTF เดิมจะต้องมีการทยอยปรับพอร์ตเข้าสู่สมดุลในช่วงสั้นๆ โดยการเปลี่ยนดัชนีอ้างอิงจาก SET Index เป็น SETESG แทน ซึ่งมีความแตกต่างกันสำคัญอยู่ 2 ส่วน คือ
นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยฯ ยังคำนวณหาหุ้นที่มีโอกาสได้กระแสเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) ไหลเข้าเพิ่ม จากการโยกกองทุน LTF วงเงินคงเหลือล่าสุด 1.88 แสนล้านบาท เป็นกองทุน ThaiESG คือ หุ้นที่มี ESG Rating และมีขนาดไม่เกิน 5% ของดัชนี ThaiESG
ได้ผลลัพธ์ 12 หุ้น มีโอกาสได้กระแสเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มมากสุด หากโยก LTF เป็น THAIESG โดยคาดว่า รวมกันมีมูลค่าทั้งสิ้น 25,400 ล้านบาท ดังนี้
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้