น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในเดือน มิ.ย.เริ่มเห็นการชะลอลงของเศรษฐกิจไทย ตามการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ชะลอลง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน มิ.ย.หดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า 4.4% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 3.5% ส่งผลให้รายได้จากภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกชะลอลงต่อเนื่องเช่นกัน โดยมูลค่าการส่งออกไม่รวมทองคำลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.7% เทียบเดือนก่อนหน้า การนำเข้าลดลง 0.1% ส่งผลให้ภาคการผลิตลดต่อเนื่องโดยลดลง 1.7% เทียบกับปีก่อน และลดลง 0.6% เทียบเดือนก่อนหน้า
การใช้จ่ายของคนชะลอลงเล็กน้อย โดยเพิ่มขึ้น 1.5% จากระยะเดียวกันปีก่อน แต่หากเทียบเดือนก่อนหน้าคนไทยใช้จ่ายชะลอลงเล็กน้อย 0.2% สอดคล้องความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังชะลอลง อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.3% และเพิ่มขึ้น 0.6% เทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น โดยรายจ่ายอุปโภคเพิ่มขึ้น 3% และการใช้จ่ายงบลงทุนเพิ่มขึ้น 3.6%
“ภาพเศรษฐกิจไทยน่าจะไม่แตกต่างจากที่เราคาดไว้มากนัก และในเชิงเทคนิค ผลของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในปีนี้น่าจะผลบวกในช่วงไตรมาส 4 ประมาณ 0.3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หากเริ่มตั้งแต่เดือน ต.ค. และผลในปีหน้า 0.2% โดยที่ดูเหมือนน้อยเพราะผลจากฐานที่ปีนี้เศรษฐกิจดีขึ้น โดยทั้งโปรแกรมมีผลให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.9%”
ต่อข้อถามถึงการลดความเข้มงวดของมาตรการให้สัดส่วนสินเชื่อเพื่อการผ่อนบ้านหรือ LTV กล่าวว่า ธปท.ติดตามการปล่อยสินเชื่อของที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด โดยมองว่า ผลของมาตรการ LTV จะมีผลต่อเมื่อมีการอนุมัติสินเชื่อแล้ว และต้องวางเงินดาวน์ แต่อาจจะไม่ช่วยกรณีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งคงต้องไปดูติดตามปัญหาว่า มีแนวโน้มรุนแรงมากแค่ไหน และการใช้มาตรการ LTV แก้ปัญหาได้หรือไม่.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่