ชีวิตติดหรู “ประเทศไทย” ดินแดนของโรงแรม 5 ดาว จับตา “อมัน นายเลิศ” ทำสถิติใหม่6 หมื่น-3 แสนบาท/คืน

Economics

Thai Economics

Tag

ชีวิตติดหรู “ประเทศไทย” ดินแดนของโรงแรม 5 ดาว จับตา “อมัน นายเลิศ” ทำสถิติใหม่6 หมื่น-3 แสนบาท/คืน

Date Time: 19 ก.พ. 2568 11:20 น.

Video

วิเคราะห์อนาคต Google เจ้าแห่งเสิร์ชเอนจิน จะอยู่ยังไง ถ้าไม่ได้ผูกขาด | Digital Frontiers

Summary

  • ชีวิตติดหรู “ประเทศไทย” ดินแดนของโรงแรม 5 ดาว เชนระดับโลก แพงแค่ไหน! คนก็ยอมจ่าย จับตา “อมัน นายเลิศ” ทำสถิติใหม่ ค่าห้องพัก 60,000 - 300,000 /คืน มีโรงหนัง และ สปาในห้อง

Latest


ช่วงนี้ ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมหรูในประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากกระแสซีรีส์ดังระดับโลก “The White Lotus Season 3” ซึ่งความพิเศษของภาคต่อคือการยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งเรื่อง โดยโลเคชั่นส่วนใหญ่ ได้แก่ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวของเมืองท่องเที่ยวหลักๆ เช่น โรงแรม Four Seasons Samui จังหวัดสุราษฎร์ธานี, โรงแรม อนันตรา บ่อผุด เกาะสมุย รีสอร์ท และ อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย รีสอร์ท

โรงแรม Anantara Mai Khao หนึ่งในรีสอร์ทที่ดีที่สุดในภูเก็ต, ห้องอาหารตาข่ายภายในโรงแรม Rosewood Hotels ภูเก็ต และโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ฯลฯ

โดยทั้งหมดได้สะท้อนภาพความสวยงามของการท่องเที่ยวเชิงหรูหราหรือการท่องเที่ยวเชิงผ่อนคลายสันทนาการในประเทศไทยที่มีบริการในมาตรฐานสูงเทียบเท่าสากล ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยเอกลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ตอกย้ำนี่คือพระเอกสำคัญของ “เศรษฐกิจไทย”

ข้อมูลของวิจัย LH เผยให้เห็นว่า ประเทศไทยเต็มไปด้วยโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวที่ถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไม่ขาดสาย

โดยปัจจุบันพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนโรงแรมและที่พักที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยระดับ 5 ดาวทั้งสิ้น 39 แห่ง กระจายอยู่ในโลเคชั่นต่างๆ

  • กรุงเทพฯ (11 แห่ง)
  • ชลบุรี (8 แห่ง)
  • ภูเก็ต (7 แห่ง)
  • กระบี่ (4 แห่ง)
  • ประจวบคีรีขันธ์ (3 แห่ง)
  • เชียงใหม่ (2 แห่ง)
  • เชียงราย (1 แห่ง)
  • ตราด (1 แห่ง)
  • ระยอง (1 แห่ง)
  • สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) (1 แห่ง)

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโรงแรมและที่พักอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานการให้บริการเทียบเท่ากับระดับ 5 ดาวอีกเป็นจำนวนมาก

กลุ่มเครือธุรกิจโรงแรมระดับโลก

  • Marriott International ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Renaissance Pattaya, The Ritz-Carlton Bangkok, The St. Regis Bangkok เป็นต้น
  • Hilton Hotels & Resorts ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Conrad Bangkok Hotel, Waldorf Astoria Bangkok เป็นต้น
  • AccorHotels ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Pullman Pattaya Hotel G, Swissotel Bangkok Ratchada เป็นต้น
  • Hyatt Hotels Corporation ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Park Hyatt Bangkok, Andaz One Bangkok เป็นต้น
  • Four Seasons Hotels and Resorts ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Four Seasons Hotel Bangkok, Four Seasons Resort Chiang Mai เป็นต้น
  • Okura Hotels & Resorts ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น The Okura Prestige Bangkok, Grand Hotel Nikko Bangkok เป็นต้น

กลุ่มโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวภายใต้เครือธุรกิจ โดยผู้ประกอบการไทย 

  • Centara Hotel & Resorts ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 5 ดาวในเครือ เช่น Centara Grand At Central Plaza Ladprao Bangkok, Centara Grand & Bangkok Convention Centre At Centralworld, Centara Grand Beach Resort & Villas Hua Hin, Centara Grand Beach Resort & Villas Krabi เป็นต้น
  • Minor Hotels ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 5 ดาวในเครือ เช่น Anantara Bophut Koh Samui Resort, Anantara Riverside Bangkok Resort เป็นต้น
  • Dusit International ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 5 ดาวในเครือ เช่น Dusit D2 Chiang Mai, Dusit Thani Laguna Phuket, Dusit Thani Pattaya เป็นต้น
  • Centre Point Hotels ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Centre Point Prime Hotel Pattaya เป็นต้น
  • ONYX Hospitality Group ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมในเครือ เช่น Amari Pattaya, Amari Watergate Bangkok เป็นต้น

กลุ่มโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวโดยผู้ประกอบการไทย แต่ไม่ได้อยู่เครือใดข้างต้น เช่น

  • Pimalai Resort & Spa
  • Rayavadee
  • The Berkeley Hotel Pratunam
  • The Shellsea
  • The Sukosol
  • Vie Hotel Bangkok 

ด้านโรงแรมหรู (Luxury Hotel) ที่มีการเปิดให้บริการระหว่างปี 2566-2567 ก็มีหลายแห่งเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น Hilton Garden Inn Bangkok Riverside, Dusit Thani Bangkok, The Ritz-Carlton Bangkok เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมหรือรีสอร์ทระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่าอีกหลายแห่งมีแผนจะเปิดให้บริการภายในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ของประเทศไทย

โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 จะมีจำนวนห้องพักเพิ่มเข้ามาอีกไม่น้อยกว่า 7,500 ห้อง สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการแข่งขันสำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าที่จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2568 นี้ ยังต้องจับตาการเปิดให้บริการใหม่ของโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok (อมัน นายเลิศ กรุงเทพ) ที่ถือเป็นโรงแรมแบรนด์อมันแห่งแรกในไทย ภายใต้การพัฒนาของทายาทรุ่นที่ 4 ของ “นายเลิศกรุ๊ป” ที่พัฒนาขึ้นบนที่ดินประวัติศาสตร์ของโรงแรมปาร์คนายเลิศเก่า ในซอยร่วมฤดี 2 ถนนเพลินจิต ย่านลุมพินี

โดยโปรเจ็กต์ดังกล่าวเป็นอาคารสูง 36 ชั้น มีทั้งโรงแรมและคอนโดฯ ซึ่งนอกจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าในส่วนคอนโดฯ ซึ่งถูกพัฒนาเป็นรูปแบบเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ใช้สอยกว้างกว่า 1,000 ตร.ม. ในตำแหน่งชั้นที่ 11-28 ซึ่งเตรียมทำราคาขายต่อตารางเมตรสูงที่สุดในรูปแบบการขายแบบลีสต์โฮลด์แล้ว

ในส่วนของโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok ที่จะเปิดให้บริการ 2 เม.ย. นี้แล้ว อาจมีราคาค่าเข้าพักต่อคืนเริ่มต้น 60,000 บาท และสูงสุด 300,000 บาท ภายใต้ห้องพัก 6 types และเป็น Suites ทั้งหมด (ใหญ่นับ 100 ตร.ม.) ได้แก่
- Deluxe Suite
- Premier Suite
- Corner Suite
- Premier Corner Suite
- Terrace Suite 1

ขณะห้องพัก The Aman Suite ในรูปแบบเหมาทั้งชั้น ในตำแหน่งชั้น 18 นั้น มี 3 ห้องนอน ใหญ่กว่า 700 ตร.ม. ที่มีทั้งโรงภาพยนตร์และสปาส่วนตัวในห้องพัก

ที่มา : วิจัย LH 

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์