ช่วงนี้ ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมหรูในประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากกระแสซีรีส์ดังระดับโลก “The White Lotus Season 3” ซึ่งความพิเศษของภาคต่อคือการยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งเรื่อง โดยโลเคชั่นส่วนใหญ่ ได้แก่ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวของเมืองท่องเที่ยวหลักๆ เช่น โรงแรม Four Seasons Samui จังหวัดสุราษฎร์ธานี, โรงแรม อนันตรา บ่อผุด เกาะสมุย รีสอร์ท และ อนันตรา ลาวาณา เกาะสมุย รีสอร์ท
โรงแรม Anantara Mai Khao หนึ่งในรีสอร์ทที่ดีที่สุดในภูเก็ต, ห้องอาหารตาข่ายภายในโรงแรม Rosewood Hotels ภูเก็ต และโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ฯลฯ
โดยทั้งหมดได้สะท้อนภาพความสวยงามของการท่องเที่ยวเชิงหรูหราหรือการท่องเที่ยวเชิงผ่อนคลายสันทนาการในประเทศไทยที่มีบริการในมาตรฐานสูงเทียบเท่าสากล ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยเอกลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ตอกย้ำนี่คือพระเอกสำคัญของ “เศรษฐกิจไทย”
ข้อมูลของวิจัย LH เผยให้เห็นว่า ประเทศไทยเต็มไปด้วยโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวที่ถือเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไม่ขาดสาย
โดยปัจจุบันพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนโรงแรมและที่พักที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยระดับ 5 ดาวทั้งสิ้น 39 แห่ง กระจายอยู่ในโลเคชั่นต่างๆ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโรงแรมและที่พักอื่น ๆ ที่มีมาตรฐานการให้บริการเทียบเท่ากับระดับ 5 ดาวอีกเป็นจำนวนมาก
กลุ่มเครือธุรกิจโรงแรมระดับโลก
กลุ่มโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวภายใต้เครือธุรกิจ โดยผู้ประกอบการไทย
กลุ่มโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวโดยผู้ประกอบการไทย แต่ไม่ได้อยู่เครือใดข้างต้น เช่น
ด้านโรงแรมหรู (Luxury Hotel) ที่มีการเปิดให้บริการระหว่างปี 2566-2567 ก็มีหลายแห่งเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมหรือรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น Hilton Garden Inn Bangkok Riverside, Dusit Thani Bangkok, The Ritz-Carlton Bangkok เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมหรือรีสอร์ทระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่าอีกหลายแห่งมีแผนจะเปิดให้บริการภายในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ของประเทศไทย
โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 จะมีจำนวนห้องพักเพิ่มเข้ามาอีกไม่น้อยกว่า 7,500 ห้อง สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการแข่งขันสำหรับธุรกิจโรงแรมและที่พักระดับ 5 ดาวในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าที่จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ภูเก็ต
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2568 นี้ ยังต้องจับตาการเปิดให้บริการใหม่ของโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok (อมัน นายเลิศ กรุงเทพ) ที่ถือเป็นโรงแรมแบรนด์อมันแห่งแรกในไทย ภายใต้การพัฒนาของทายาทรุ่นที่ 4 ของ “นายเลิศกรุ๊ป” ที่พัฒนาขึ้นบนที่ดินประวัติศาสตร์ของโรงแรมปาร์คนายเลิศเก่า ในซอยร่วมฤดี 2 ถนนเพลินจิต ย่านลุมพินี
โดยโปรเจ็กต์ดังกล่าวเป็นอาคารสูง 36 ชั้น มีทั้งโรงแรมและคอนโดฯ ซึ่งนอกจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าในส่วนคอนโดฯ ซึ่งถูกพัฒนาเป็นรูปแบบเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ใช้สอยกว้างกว่า 1,000 ตร.ม. ในตำแหน่งชั้นที่ 11-28 ซึ่งเตรียมทำราคาขายต่อตารางเมตรสูงที่สุดในรูปแบบการขายแบบลีสต์โฮลด์แล้ว
ในส่วนของโรงแรม Aman Nai Lert Bangkok ที่จะเปิดให้บริการ 2 เม.ย. นี้แล้ว อาจมีราคาค่าเข้าพักต่อคืนเริ่มต้น 60,000 บาท และสูงสุด 300,000 บาท ภายใต้ห้องพัก 6 types และเป็น Suites ทั้งหมด (ใหญ่นับ 100 ตร.ม.) ได้แก่
- Deluxe Suite
- Premier Suite
- Corner Suite
- Premier Corner Suite
- Terrace Suite 1
ขณะห้องพัก The Aman Suite ในรูปแบบเหมาทั้งชั้น ในตำแหน่งชั้น 18 นั้น มี 3 ห้องนอน ใหญ่กว่า 700 ตร.ม. ที่มีทั้งโรงภาพยนตร์และสปาส่วนตัวในห้องพัก
ที่มา : วิจัย LH
ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney