ช่วงนี้เรื่องสุขภาพกำลังเป็นข่าวใหญ่ ทั้งปัญหาเรื่อง บัตรทอง การรักษาสุขภาพถ้วนหน้า และ เบี้ยประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะ กระทรวงการคลัง ของท่านรัฐมนตรี อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ใจดีเสนอ ครม. ให้หักลดหย่อนภาษีเงินได้เบี้ยประกันสุขภาพคนละ 15,000 บาท แต่รวมกับเงินลดหย่อนอื่นแล้วต้องไม่เกินคนละ 100,000 บาท มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 ก็ในปีภาษีนี้แหละ
วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมว่าเราไปคุยเรื่อง การประกันสุขภาพ กันดีกว่านะครับ
พระท่านสอนว่า อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ สัจธรรมนี้ผมซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง เป็นความจริงแท้ที่ทุกคนเคยผ่านมาแล้ว แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ คนไทยให้ความสนใจประกันสุขภาพตนเองน้อยมาก พึ่งแต่ใบบุญจากกองทุนสุขภาพของรัฐบาล 3 กองทุน คือ กองทุนประกันสังคม (สมาชิก 10 ล้านคน) กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สมาชิก 48 ล้านคน) และ กองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการ (สมาชิก 5 ล้านคน)
กองทุนที่ดีที่สุดก็คือ กองทุนรักษาพยาบาลข้าราชการ เบิกได้ไม่อั้น ให้สิทธิรักษาทุกโรคทั้งครอบครัว ตัวเอง ลูกเมีย พ่อแม่ ถือเป็นชนชั้นพิเศษจริงๆ
คุณสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้สัมภาษณ์ว่า คนไทยมีสัดส่วนเบี้ยประกันสุขภาพเพียง 20% เท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับ เบี้ยประกันชีวิตที่มีสัดส่วนถึง 80% แต่ทั้งหมดนี้ผมก็ยังเห็นว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร เทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว คนไทยจึงต้องพึ่งกองทุนรักษาไปตามยถากรรม ดีบ้างเลวบ้างสลับกันไป
ท่านเลขา คปภ. กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลลดหย่อนภาษีประกันสุขภาพให้ 15,000 บาท คาดว่าคนไทยจะตื่นตัวมากขึ้น เกิดแรงจูงใจหันมาดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้น ธุรกิจประกันวินาศภัยก็จะได้เบี้ยประกันสุขภาพมากขึ้น
...
ไปดูกันหน่อยครับว่า กรมธรรม์ประกันสุขภาพ 15,000 บาท คุ้มครองอะไรได้บ้าง เรื่องนี้ สมาคมประกันวินาศภัย ได้ทำข้อมูลออกมาดังนี้
1.ค่ารักษาพยาบาลกรณีเป็นผู้ป่วยใน (ต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาล) ประกอบไปด้วย ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการพยาบาล ค่าบริการทั่วไป ค่าใช้จ่ายกรณีที่ต้องรักษาพยาบาลหรือผ่าตัดฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดอุบัติเหตุ
2.ค่าผ่าตัด ประกอบด้วย ค่าผ่าตัดโดยแพทย์หรือศัลยแพทย์ ค่าปรึกษาแพทย์ในกรณีที่มีการผ่าตัด
3.ค่าดูแลโดยแพทย์ (ค่าแพทย์เยี่ยมไข้)
4.ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก (ไม่ต้องอยู่รักษาตัวในโรงพยาบาล)
ความคุ้มครองอื่นที่เลือกซื้อเพิ่มเติมได้ เช่น การคลอดบุตร การรักษาฟัน การดูแลโดยพยาบาลพิเศษ การรักษาการบาดเจ็บหรือการเจ็บป่วยที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ผมดูการคุ้มครองที่ สมาคมประกันวินาศภัย ทำมาให้ดูแล้ว ก็เห็นว่า การลงทุนซื้อประกันสุขภาพปีละ 15,000 บาท เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับการดูแลสุขภาพตนเอง แถมยังได้ลดหย่อนภาษีเต็มจำนวน ไม่ต้องไปพึ่งกองทุนที่คุณภาพต่ำกว่า
การซื้อประกันภัยสุขภาพและการบาดเจ็บ คนทั่วไปอาจคิดว่าไม่จำเป็น เคยมีเพื่อนมาเล่าให้ฟัง นิ้วถูกประตูรถหนีบจนต้องผ่าตัดเอาเล็บออก ไปรักษาที่โรงพยาบาลชั้นหนึ่ง ถ้าจ่ายเองคงหลายหมื่น แต่ซื้อประกันภัยไว้ บริษัทประกันจ่ายให้หมด
จากนี้ไปผมเชื่อว่า บริษัทประกันภัย คงออก กรมธรรม์ประกันสุขภาพ และ ภัยต่อร่างกาย มาขายแข่งกันแน่นอน ใครยังไม่เคยซื้อประกันสุขภาพ ผมยุให้ซื้อเลยครับ คุ้มค่าแน่นอน.
“ลม เปลี่ยนทิศ”