ศรีสวัสดิ์ มองเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปีที่สคบ.เสนอไม่กระทบธุรกิจ

Personal Finance

Banking & Bond

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

ศรีสวัสดิ์ มองเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปีที่สคบ.เสนอไม่กระทบธุรกิจ

Date Time: 18 ต.ค. 2564 16:28 น.

Video

ล้วงลึกอาณาจักร “PCE” สู่บริษัทมหาชน ปาล์มครบวงจร | On The Rise

Summary

  • ศรีสวัสดิ์ มองเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปี ที่สคบ.เสนอและกำลังทำประชาพิจารณ์ไม่กระทบธุรกิจ ย้ำทุกอย่างอยู่ระหว่างเฮียริ่ง ยังไม่ชัดเจน

Latest


ศรีสวัสดิ์ มองเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปี ที่สคบ.เสนอและกำลังทำประชาพิจารณ์ไม่กระทบธุรกิจ ย้ำทุกอย่างอยู่ระหว่างเฮียริ่ง ยังไม่ชัดเจน

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 64 นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD กล่าวว่า กรณีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. มีข้อเสนอขอความเห็นประชาพิจารณ์ เรื่องกำหนดเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15% ต่อปี

โดยประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจค่อนข้างต่ำ เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายธุรกิจที่ SAWAD ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ที่ผ่านมา ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น ได้ทำการปรับโครงสร้างองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับธุรกิจที่หลากหลาย ไม่พึ่งพิงเพียงธุรกิจใดธุรกิจหนี่งเพื่อสร้างความยั่งยืนและมั่นคงขององค์กร และธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตและสร้างผลกำไรแบบก้าวกระโดดในอนาคต

อาทิ การจับมือร่วมกับธนาคารออมสินเพื่อรุกธุรกิจจำนำทะเบียนรถ การผนึกพันธมิตร บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ธุรกิจนายหน้าประกันภัย หรือแม้แต่ธุรกิจเช่าซื้อ

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจจำนำทะเบียนรถ จำนำบ้านและที่ดินที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จึงมีความมั่นใจว่าร่างประกาศของ สคบ.ดังกล่าว หากเกิดขึ้นจริงก็จะกระทบต่อธุรกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ร่างประกาศดังกล่าวยังเป็นเพียงการขอความเห็นประชาพิจารณ์ ยังไม่ถูกกำหนดเป็นกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งบริษัทยังคงติดตามเรื่องนี้ต่อไป

ด้าน วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP ดูแลธุรกิจกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคล มีความเห็นสอดคล้องกับสมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย ที่มองว่าธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เป็นธุรกิจที่แบกรับความเสี่ยงค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มฐานราก ประกอบอาชีพอิสระ อาทิ เกษตรกร ลูกจ้างร้านอาหาร ลูกจ้างโรงงาน พ่อค้าหาบเร่ แผงลอย และไม่มีหลักฐานทางการเงินใดๆ มีรายได้น้อยไม่สม่ำเสมอ ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอยู่ในลักษณะเดียวกันกับกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ หรือ พิโคไฟแนนซ์ ซึ่งกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง

โดยมีเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่ 33-36% และโครงสร้างธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 32-35% และต้นทุนดำเนินงานเฉลี่ย 27% จึงมองว่าควรกำหนดเพดานดอกเบี้ยอยู่ที่อัตราเดียวกับนาโนไฟแนนซ์ หรือ พิโคไฟแนนซ์ เนื่องจากสถิติพบว่ากลุ่มลูกค้าผิดนัดชำระสูงกว่าสินเชื่อรายย่อยอื่นๆ และการอนุมัติสินเชื่อประเมินความเสี่ยงได้ยาก เพราะลูกค้ามีแค่บัตรประชาชนใบเดียวในการขออนุมัติสินเชื่อออกรถจักรยานยนต์

ทั้งนี้ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจและความเสี่ยงของกลุ่มลูกค้านี้จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถให้สินเชื่อลูกค้าในกลุ่มนี้ได้ต่อไป การกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากจนเกินไปจะบีบให้ผู้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อได้ยากขึ้น หรือหากต้องมีการเรียกเงินดาวน์ที่สูง หรือต้องใช้เงินก้อนในการออกรถจักรยานยนต์จะเป็นการผลักให้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้าสู่วังวนของเงินกู้นอกระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะรถจักรยานยนต์ถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นขั้นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะการเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะของภาครัฐยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในส่วนภูมิภาค หรือแม้แต่ประชาชนในเมืองใหญ่

“หากมองในเศรษฐกิจมหภาค ร่างประกาศนี้จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถจักรยานยนต์ และอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ของประเทศอย่างมาก เพราะเมื่อประชาชนไม่สามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้ โรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ ประชาชนที่เป็นพนักงาน ลูกจ้างในวัฏจักรการผลิตรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ของประเทศก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย”.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์