เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2567 (ตามเวลาสหรัฐฯ) เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวรายงานนโยบายการเงินครึ่งปีต่อสภาคองเกรสว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า หากเงินเฟ้อมีสัญญาณลดลงอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตามในการกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการการธนาคารของสภาคองเกรส พาวเวลล์ ไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนว่าจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด แต่ตั้งข้อสังเกตว่าวันนั้นอาจจะมาถึงในไม่ช้า
“เรากําลังรอให้มีความมั่นใจมากขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเคลื่อนไหวอย่างยั่งยืนสู่ระดับ 2% เมื่อเราความมั่นใจแล้ว มันจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งแนวทางนี้จะไม่ทำให้เฟดผลักดันเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย”
ทั้งนี้เฟดมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเกินไป อาจทำให้เฟดมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ และจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ขณะเดียวกันการรอเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ช้าเกินไปก็เป็นอันตรายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม พาวเวลล์ตั้งข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อกําลังชะลอตัวลง แม้ว่าจะยังไม่ถึงจุดที่เฟดพร้อมปรับลดดอกเบี้ย
ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) เดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้น 2.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี และปรับตัวขึ้น 0.4% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของตลาด
ทั้งนี้ Core PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เนื่องจากมีความแม่นยำ และผันผวนน้อยกว่าจึงสะท้อนการบริโภคที่แท้จริง
ในขณะที่ตลาดแรงงานตึงตัวน้อยลง โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 13,000 ราย สู่ระดับ 215,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อยที่ระดับ 210,000 ราย
อ้างอิง
อ่านข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/world_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney